ตะไคร่น้ำเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของสระว่ายน้ำ โดยเฉพาะสระกลางแจ้ง หากปล่อยไว้จะทำให้น้ำเขียว ขุ่น มีกลิ่น และเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักสาเหตุของตะไคร่น้ำ พร้อมวิธีแก้ไขที่รวดเร็ว ปลอดภัย และถูกต้องตามหลักการดูแลสระว่ายน้ำ
ตะไคร่น้ำในสระว่ายน้ำเกิดจากอะไร
- ตะไคร่น้ำมักเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต เช่น แสงแดด อุณหภูมิสูง และน้ำที่มีสารฆ่าเชื้อไม่เพียงพอ โดยสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่
- ค่าเคมีในน้ำไม่สมดุล โดยเฉพาะคลอรีนและค่า pH
- ระบบกรองน้ำทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
- ไม่ทำความสะอาดสระว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ
- มีสิ่งสกปรก ใบไม้ ฝุ่น สะสมในสระ
ตะไคร่น้ำส่งผลเสียต่อสระว่ายน้ำอย่างไร
- การมีตะไคร่น้ำไม่ได้ส่งผลแค่ความสวยงาม แต่ยังอันตรายต่อผู้ใช้งานและอุปกรณ์สระว่ายน้ำอีกด้วย
- ทำให้น้ำเขียวและขุ่น ดูไม่สะอาด
- ผิวสระลื่น เสี่ยงต่อการลื่นล้ม
- เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย
- ทำให้อุปกรณ์สระว่ายน้ำเสื่อมสภาพเร็ว
ขั้นตอนการทำความสะอาดสระว่ายน้ำ
- ปรับระดับคลอรีน
ใช้สารคลอรีนชนิด shock (chlorine shock treatment) เพื่อฆ่าตะไคร่น้ำในทันที ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับขนาดของสระและระดับการเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำ อ่านคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด - ตรวจสอบและปรับค่า pH
ใช้ชุดทดสอบค่า pH เพื่อปรับค่า pH ของน้ำให้อยู่ในช่วง 7.2 – 7.6 ซึ่งเป็นช่วงที่คลอรีนทำงานได้ดีที่สุด - เปิดระบบกรองน้ำ
เปิดระบบกรองน้ำให้ทำงานตลอดเวลาเพื่อดักจับตะไคร่น้ำและสิ่งสกปรกอื่นๆ ควรตรวจสอบและทำความสะอาดฟิลเตอร์ให้แน่ใจว่าไม่มีการอุดตัน - ขัดพื้นและผนังสระ
ใช้แปรงขัดพื้นสระและผนังสระเพื่อกำจัดตะไคร่น้ำที่ติดอยู่บนพื้นผิว ขัดให้ทั่วทั้งสระโดยเน้นบริเวณที่มีตะไคร่น้ำหนาแน่น - ล้างระบบกรอง
ล้างและทำความสะอาดฟิลเตอร์ของระบบกรองน้ำเป็นประจำ เพื่อลดการสะสมของตะไคร่น้ำและสิ่งสกปรก - การใช้สาร Algaecide
หลังจากขัดสระและทำความสะอาดฟิลเตอร์แล้ว ใช้สาร algaecide หรือ น้ำยากัจักตะไคร่สำหรับสระว่ายน้ำ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำในอนาคต อ่านคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด - การตรวจสอบระดับคลอรีนและค่า pH อย่างต่อเนื่อง
ตรวจสอบระดับคลอรีนและค่า pH ของน้ำอย่างสม่ำเสมอ และปรับให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำในระยะยาว
วิธีป้องกันไม่ให้ตะไคร่น้ำกลับมาอีก
- การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสระว่ายน้ำให้ใสสะอาดอยู่เสมอ
- ตรวจวัดค่าเคมีในน้ำเป็นประจำ
- เดินระบบกรองอย่างน้อยวันละ 6–8 ชั่วโมง
- ทำความสะอาดสระและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
- เลือกใช้อุปกรณ์สระว่ายน้ำที่ได้มาตรฐานและเหมาะกับขนาดสระ
สระว่ายน้ำที่มีตะไคร่น้ำไม่ใช่แค่ปัญหาความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงระบบกรองและอุปกรณ์สระว่ายน้ำที่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การแก้ไขให้ได้ผลและปลอดภัย จำเป็นต้องใช้ทั้งการดูแลที่ถูกวิธีควบคู่กับอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ
JESTA คัดสรรอุปกรณ์สระว่ายน้ำครบวงจร ตั้งแต่ปั๊มน้ำ ระบบกรอง อุปกรณ์ทำความสะอาด ไปจนถึงระบบควบคุมคุณภาพน้ำ ที่ช่วยให้น้ำหมุนเวียนดี ลดการสะสมของตะไคร่น้ำ และป้องกันปัญหาน้ำเขียวในระยะยาว เมื่อเลือกใช้อุปกรณ์สระว่ายน้ำมาตรฐานจาก JESTA คุณจะได้สระที่ใสสะอาด ดูแลง่าย ปลอดภัย และใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกวัน



