ช่วงฝนตกหนักหรือเกิดน้ำท่วม นอกจากน้ำภายนอกจะไหลเข้าสู่สระว่ายน้ำพร้อมดิน โคลน และสิ่งสกปรกแล้ว ห้องเครื่องสระว่ายน้ำ ก็เป็นอีกจุดสำคัญที่ต้องระวัง โดยเฉพาะปั๊มน้ำ เครื่องกรอง และระบบไฟฟ้า หากเกิดน้ำท่วมสระว่ายน้ำและห้องเครื่อง ไม่ควรรีบเปิดระบบหรือสูบน้ำออกจากสระทันที เพราะอาจสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า รวมถึงโครงสร้างของสระได้
การรับมือสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสถานการณ์ ได้แก่ ขณะที่น้ำยังท่วมอยู่ และการฟื้นฟูหลังน้ำลด
น้ำยังท่วมสระว่ายน้ำอยู่ ต้องทำอย่างไร?
1. ตัดระบบไฟฟ้าทั้งหมด
ปิดสวิตช์หลักหรือเบรกเกอร์ของระบบห้องเครื่องสระว่ายน้ำทันที เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์
2. ป้องกันโคลนและสิ่งสกปรกเข้าสระเพิ่ม
หากสามารถทำได้ ให้ใช้ กระสอบทรายหรือผ้าใบกั้นบริเวณรอบสระ เพื่อลดปริมาณดิน โคลน เศษขยะ และสิ่งสกปรกจากภายนอกที่อาจไหลเข้ามาในสระเพิ่มเติม
3. ห้ามสูบน้ำออกจากสระจนหมดขณะที่น้ำยังท่วม
ข้อนี้สำคัญมาก หากพื้นดินบริเวณรอบสระยังแฉะหรือมีน้ำท่วมขัง ไม่ควรสูบน้ำออกจากสระจนหมด เนื่องจากแรงดันน้ำจากใต้ดินอาจดันโครงสร้างของสระ ทำให้เกิดความเสียหาย เช่น
- โครงสร้างสระแตกร้าว
- สระเกิดการลอยตัว
- โครงสร้างทรุดตัวหรือพังทลาย
หลังน้ำลด ต้องฟื้นฟูสระว่ายน้ำอย่างไร?
เมื่อน้ำลดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบความเสียหาย ทำความสะอาด และฟื้นฟูคุณภาพน้ำก่อนกลับมาใช้งานสระอีกครั้ง
1. ตรวจสอบห้องเครื่องสระว่ายน้ำ
เริ่มจากตรวจสอบ ปั๊มน้ำ เครื่องกรอง และระบบไฟฟ้า ว่ามีน้ำท่วมขังหรือเคยจมน้ำหรือไม่ หากพบว่าอุปกรณ์จมน้ำ ห้ามเปิดสวิตช์หรือเปิดระบบทันที ควรถอดอุปกรณ์ออกมารอให้แห้งสนิท หรือเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบระบบก่อนใช้งาน
2. กำจัดเศษขยะและสิ่งสกปรกในสระ
ใช้กระชอนตัก ใบไม้ ขยะ สัตว์เล็ก และสิ่งแปลกปลอม ที่ลอยอยู่ในสระออกให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและการเน่าเสียภายในน้ำเพิ่มขึ้น
3. ประเมินสภาพน้ำในสระ
หลังจากเก็บเศษขยะออกแล้ว ให้ประเมินว่าน้ำภายในสระได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด
กรณีน้ำขุ่นหรือมีดินปนเล็กน้อย
- ระบายน้ำส่วนเกินออกจนได้ระดับน้ำปกติ
- ขัดคราบและสิ่งสกปรกบริเวณขอบสระ
- เปิดระบบปั๊มกรองต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
- ดูดตะกอนออกจากสระ
- ล้างถังกรอง หรือทำ Backwash บ่อย ๆ
วิธีนี้จะช่วยให้ระบบกรองค่อย ๆ กำจัดตะกอนและสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในน้ำออกจากระบบ
กรณีน้ำเน่าเสียหรือมีโคลนหนาแน่น
หากมีน้ำเสียหรือโคลนปริมาณมาก อาจจำเป็นต้อง สูบน้ำเสียออกทั้งหมด แต่ต้องทำ เมื่อดินบริเวณรอบสระแห้งแล้วเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงดันน้ำใต้ดินที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างของสระ หลังจากนั้นจึงขัดล้างพื้นผิวภายในสระให้สะอาด และเติมน้ำสะอาดกลับเข้าสระใหม่
หลังน้ำท่วม ต้องปรับค่าเคมีในสระอย่างไร?
ตรวจวัดค่า pH ตรวจสอบค่า pH ของน้ำ และปรับให้อยู่ในช่วงมาตรฐาน 7.2–7.6
ทำ Shock Chlorine เติมคลอรีนในความเข้มข้นมากกว่าปกติ โดยให้อยู่ที่ระดับ 10 ppm ขึ้นไป
ฆ่าเชื้อและกำจัดสิ่งปนเปื้อน การ Shock Chlorine ช่วยกำจัด เชื้อโรค แบคทีเรีย และตะไคร่น้ำ ที่อาจปะปนมากับน้ำท่วม
ตรวจคุณภาพน้ำก่อนกลับมาใช้สระ หลังดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำและค่าทางเคมีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อนกลับมาใช้งานสระว่ายน้ำ
สรุป น้ำท่วมสระว่ายน้ำควรทำอย่างไร?
หากน้ำท่วมทั้งสระว่ายน้ำและห้องเครื่อง สิ่งสำคัญคือ อย่ารีบเปิดระบบหรือสูบน้ำออกจากสระจนหมดทันที ในขณะที่น้ำยังท่วม ควรตัดระบบไฟ ป้องกันสิ่งสกปรกเพิ่มเติม และหลีกเลี่ยงการสูบน้ำออกทั้งหมด ส่วนหลังน้ำลด ให้ตรวจสอบห้องเครื่อง กำจัดขยะ ประเมินสภาพน้ำ ทำความสะอาดระบบ และปรับค่าเคมีให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
โดยเฉพาะกรณีที่ ปั๊ม เครื่องกรอง หรือระบบไฟฟ้าถูกน้ำท่วม ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนกลับมาเปิดใช้งาน



